ชาร์จรถ EV ด้วย Solar Cell คุ้มไหม? คู่มือใช้ Home Charger ORA 5 ให้ประหยัดค่าไฟสูงสุด

ในยุคที่พลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ หลายคนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หรือเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ORA 5 ดีไซน์ล้ำสมัย คงมีคำถามในใจว่า “รถ EV ประหยัดไหม?” หรือ “ค่าไฟ ORA 5 ต่อเดือนตกอยู่ที่เท่าไหร่?” แม้การใช้รถ EV จะประหยัดกว่าการเติมน้ำมันหลายเท่าตัว แต่สำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าขั้นสุดพร้อมๆ กับการรักษ์โลก การใช้ Solar Cell ชาร์จรถ EV จึงกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก วันนี้ GWM อมรรัชดา จะพาไปเจาะลึกหลักการทำงานแบบเข้าใจง่าย พร้อมทริคการชาร์จ ORA 5 ที่บ้านให้ประหยัดที่สุด

ORA5 HEV
วันนี้ GWM อมรรัชดา จะพาไปเจาะลึกหลักการทำงานแบบเข้าใจง่าย พร้อมไขข้อข้องใจว่าต้องติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดเท่าไหร่ถึงจะพอชาร์จรถ ORA 5 ของคุณ และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แค่ไหนครับ

หลักการทำงานเมื่อใช้ Solar Cell ร่วมกับ Home Charger ORA

การชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านด้วยพลังงานแสงอาทิตย์นั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดครับ หลักการทำงานร่วมกันระหว่างแผงโซลาร์เซลล์และ EV Charger ประจำบ้าน มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • รับพลังงาน: แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน (Solar Rooftop) จะทำหน้าที่รับแสงอาทิตย์และแปลงเป็นกระแสไฟฟ้า (DC) 
  • แปลงกระแสไฟ: เครื่อง Inverter ประจำบ้านจะแปลงไฟ DC ให้เป็นไฟบ้านปกติ (AC) 
  • ชาร์จเข้าสู่ตัวรถ: กระแสไฟฟ้าจะถูกส่งตรงไปที่ Home Charger ORA 5 (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ Wall Charger) เพื่อชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของคุณทันที นอกจากนี้ หากมีกระแสไฟเหลือก็ยังสามารถนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้านได้อีกด้วย 

การใช้ระบบนี้ในช่วงกลางวันที่มีแดดจัด จะเท่ากับว่าคุณกำลังชาร์จรถด้วยพลังงานสะอาดแบบ “ฟรีๆ” 100%

ต้องติดตั้ง Solar Cell ขนาดกี่กิโลวัตต์ถึงจะพอ? 

คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้รถของคุณเป็นหลักครับ หากคุณขับรถไปทำงานหรือใช้งานในชีวิตประจำวันวันละ 30-50 กิโลเมตร ตัวรถจะใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยเพียง 7-10 หน่วย (kWh) ต่อวันเท่านั้น ดังนั้น การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาดเริ่มต้นที่ 5 kW (ซึ่งสามารถผลิตไฟได้ประมาณ 20-25 หน่วยต่อวัน) ก็เพียงพอสำหรับการชาร์จไฟส่วนที่พร่องไปในแต่ละวันของ ORA 5 แถมยังมีกระแสไฟเหลือเฟือสำหรับใช้กับแอร์ หรือตู้เย็นในบ้านช่วงเวลากลางวันอีกด้วยครับ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

สมมุติว่า ORA 5 ของคุณแบตเตอรี่เต็ม 100% ขับไปทำงานในวันศุกร์ (ไป-กลับ 50 กิโลเมตร) ตัวรถจะกินไฟไปประมาณ 10% หรือคิดเป็นพลังงานไฟฟ้าประมาณ 6-7 หน่วย (kWh)

ถ้าในวันเสาร์ เราชาร์จไฟรถจาก Solar Cell ที่บ้านตอนกลางวัน ระบบจะจ่ายไฟเข้าตัวรถเพื่อเติมเต็มแบตเตอรี่ส่วนที่หายไป 10% ให้กลับมาเต็ม 100% ได้โดยที่ไม่พึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอกแต่อย่างใด นอกจากนี้ ด้วยกำลังผลิตที่ 20-25 หน่วยต่อวัน คุณก็ยังมีกระแสไฟเหลือเฟือสำหรับใช้กับแอร์ หรือตู้เย็นในบ้านช่วงเวลากลางวันอีกด้วยครับ (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสเปกของ Solar Cell และลักษณะการใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน)

สรุปแล้วประหยัดค่าไฟไปได้เท่าไหร่?

หากคุณจอดรถและชาร์จไฟทิ้งไว้ในช่วงกลางวัน (Daytime Charging) โดยใช้ไฟจาก Solar Cell ล้วนๆ คุณจะประหยัดค่าชาร์จรถได้ 100% แต่สำหรับใครที่ขับรถไปทำงานและต้องกลับมาชาร์จตอนกลางคืน การใช้ร่วมกับมิเตอร์แบบ TOU (Time of Use) ที่ค่าไฟช่วง Off-Peak (หลัง 22.00 น. ถึง 09.00 น. และวันหยุด) ราคาถูกลงเหลือเพียงประมาณ 2.6 บาท/หน่วย ก็ยังถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะในตอนกลางวัน แผงโซลาร์เซลล์ก็จะช่วยลดค่าไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้านแทน ถือเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมของบ้านได้อย่างยั่งยืน

เปรียบเทียบ ค่าไฟรถ EV: ชาร์จแบบไหนคุ้มที่สุด? 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าการบริหารจัดการค่าไฟนั้นส่งผลอย่างไร ลองมาดูตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจากวิธีชาร์จรูปแบบต่างๆ (ประเมินจากอัตราค่าไฟเฉลี่ยในปัจจุบัน) 

วิธีการชาร์จ อัตราค่าไฟต่อหน่วย (โดยประมาณ) ความเหมาะสมและจุดเด่น
Home Charger (มิเตอร์ปกติ) ~4.50 – 5.00 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้เปลี่ยนมิเตอร์ ชาร์จเวลาใดก็ได้
Home Charger (มิเตอร์ TOU – Off Peak) ~2.60 บาท ชาร์จหลัง 22.00 น. ถึง 09.00 น. และวันหยุด ประหยัดค่าไฟได้มาก
Home Charger + Solar Cell (กลางวัน) 0 บาท ชาร์จไฟทิ้งไว้ในช่วงกลางวัน (Daytime Charging) ประหยัดค่าชาร์จ 100%
DC Fast Charge (สถานีชาร์จสาธารณะ) ~7.50 – 9.00 บาท เน้นความรวดเร็วขณะเดินทางไกล แต่ค่าใช้จ่ายต่อหน่วยจะสูงที่สุด

ตัวช่วยขั้นสุด: ระบบแบตเตอรี่เก็บไฟ (Energy Storage System) 

สำหรับใครที่ขับรถไปทำงานตอนกลางวันและอยากใช้ไฟโซลาร์เซลล์ชาร์จรถตอนกลางคืน การติดตั้งระบบแบตเตอรี่เก็บไฟประจำบ้านคือคำตอบที่ลงตัวที่สุด หากอ้างอิงขนาดแบตเตอรี่บ้านที่นิยมในตลาดปัจจุบันที่ขนาด 16 kWh เมื่อนำมาใช้งานผ่าน Home Charger เพื่อถ่ายโอนพลังงานเข้าสู่ ORA 5 (เทียบกับความจุแบตเตอรี่ EV ทั่วไปที่ราวๆ 50-60 kWh) จะสามารถเติมไฟให้รถได้ประมาณ 25% – 30% ซึ่งปริมาณไฟเท่านี้ เพียงพอต่อการชดเชยพลังงานที่คุณใช้ขับขี่ไป-กลับที่ทำงานใน 1 วัน (ระยะทาง 40-50 กม.) ได้อย่างสบายๆ โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาไฟจากการไฟฟ้าเลย

ทริคการใช้ Home Charger ให้ประหยัดและปลอดภัยที่สุด

  • ตั้งเวลาชาร์จ (Smart Charging): คุณสามารถตั้งเวลาชาร์จผ่านแอปพลิเคชัน GWM ให้เครื่อง Home Charger ทำงานเฉพาะช่วงเวลา Off-Peak (หลัง 4 ทุ่ม) เพื่อให้ได้เรทค่าไฟที่ถูกที่สุด 
  • ตรวจสอบระบบไฟก่อนติดตั้ง: ก่อนที่จะทำการติดตั้ง Home Charger ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินหน้างานและขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า (แนะนำเป็น 15/45 Amp 3 เฟส หรือ 30/100 Amp 1 เฟส) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการดึงกระแสไฟ 

เป็นเจ้าของ ORA 5 วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษที่ GWM อมรรัชดา

การก้าวเข้าสู่โลกของ EV Lifestyle ไม่เพียงแต่ช่วยลดมลพิษ แต่ยังเป็นการวางแผนการเงินระยะยาวที่ชาญฉลาด หากคุณกำลังสนใจอยากสัมผัสเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัย หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า สามารถติดต่อเข้ามาปรึกษาทีม iAm มืออาชีพที่ GWM อมรรัชดา ได้เลยครับ 

เรายินดีให้คำแนะนำทั้งเรื่องสมรรถนะของรถ ไปจนถึงโปรโมชันเด็ดๆ อย่างการ “แถมฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง” เพื่อให้คุณเริ่มต้นชีวิตยุคพลังงานสะอาดกับรถคู่ใจได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด GWM อมรรัชดา ยินดีให้บริการ และพร้อมดูแลเคียงข้างคุณทุกเส้นทาง 

GWM อมรรัชดา ยินดีให้บริการ และพร้อมดูแลเคียงข้างคุณทุกเส้นทาง!